สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง บนเนื้อที่ 58 ไร่
มุ่งยกระดับการบริการด้านการแพทย์ป้องกันโรค การรักษาโรค
และการฟื้นฟูสุขภาพแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ
ประจำปีการศึกษา 2567 แล้วนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ณ บริเวณด้านข้างอาคารบริหารและสำนักงานกลาง
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
โดยศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม
มหาวิทยาลัยทักษิณแห่งนี้
เป็นอาคารเพื่อรองรับการพัฒนาการศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติของนิสิตแพทย์
พยาบาล และบุคลากรด้านสุขภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมและการศึกษาต่อเนื่อง สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์
รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แบบองค์รวม และการใช้สมุนไพรไทยในการรักษา
อีกทั้งยังผลักดันงานวิจัยด้านสุขภาพไปสู่การใช้จริงในระบบสาธารณสุขได้อีกด้วย
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยทักษิณ
มุ่งหวังให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพของประชาชนในภาคใต้ตอนกลางและจังหวัดใกล้เคียง
สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรเปราะบางและพื้นที่ชนบท เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพและสาธารณสุข
รวมไปถึงสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
เพื่อลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และลดภาระของโรงพยาบาลขนาดใหญ่
โดยกระจายบริการสุขภาพไปยังระดับชุมชน
อนึ่งองค์ประกอบของศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม
ประกอบด้วย แผนกผู้ป่วยนอก แผนกผู้ป่วยใน สำนักงานศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม
และสำนักสนับสนุนบริการ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 58 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 12,070
ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 120 เตียง พร้อมระบบสนับสนุนครบวงจร
มหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณการก่อสร้างจำนวน 350 ล้านบาท
มหาวิทยาลัยทักษิณ
มีแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม ให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพที่
“โดดเด่น สง่า มีอัตลักษณ์” ผสมผสานศาสตร์ทางการแพทย์กับภูมิปัญญาไทย
เคียงคู่ชุมชน โดยบูรณาการการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก
เพื่อให้บริการสุขภาพแบบองค์รวมในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับพื้นที่สู่ระดับนานาชาติ
ภายใต้แนวคิด “รากสู่โลก” หรือ University of Glocalization






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น