นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

“ภูมิธรรม-ทวี” โชว์ผลงานโบว์แดง แถลงกวาดล้างใหญ่ ยาเสพติดมูลค่ามหาศาล 12,400 ล้านบาท ดำเนินคดี 210,780 คดี จับผู้ต้องหา 211,529 คน

 

“ภูมิธรรม-ทวี” โชว์ผลงานโบว์แดง แถลงกวาดล้างใหญ่ ยาเสพติดมูลค่ามหาศาล 12,400 ล้านบาท ดำเนินคดี 210,780 คดี จับผู้ต้องหา 211,529 คน

 

 

 


 

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 30 ก.ค.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ร่วมกันแถลงผลงานการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้ประกาศต่อรัฐสภาไว้และเป็นการขับเคลื่อน "แผนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด" ภายใต้ชื่อ "NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด" อย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ

 

 


 

 

โดยผลการดำเนินงานของตำรวจในรอบเกือบ 10 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2567 – 30 กรกฎาคม 2568) แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ ดังนี้:

 * คดีและผู้ต้องหา: ดำเนินคดี 210,780 คดี จับผู้ต้องหา 211,529 คน และจับตามหมายจับ 5,411 ราย

 * คดีสมคบและฟอกเงิน: ดำเนินคดีข้อหาสมคบและสนับสนุน 3,122 คดี รวมถึงข้อหาฟอกเงินอีก 235 คดี

 * ของกลางที่ตรวจยึดได้ (จำนวนมหาศาล):

   * ยาบ้า: 851.66 ล้านเม็ด

   * ไอซ์: 41,137 กิโลกรัม

   * เฮโรอีน: 1,209 กิโลกรัม

   * คีตามีน: 5,512 กิโลกรัม

   * ยาอี: 286,726 เม็ด

 * การยึดทรัพย์: สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดได้ถึง 12,417 ล้านบาท

 

 


 

 

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้เปิด "ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด" อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 ถึงกรกฎาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ซึ่งผลจากการปฏิบัติการนี้สามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายได้ 9,252 เครือข่าย ดังนี้

 * ตรวจค้นเป้าหมาย 33,242 จุด

 * ศาลอนุมัติหมายจับ 2,316 หมาย

 * ดำเนินคดี 61,420 คดี

 * จับกุมผู้ต้องหา 62,616 คน

 * จับตามหมายจับได้ 3,346 ราย

 * ของกลางที่ตรวจยึดเพิ่มเติม:

   * อาวุธปืน: 2,849 กระบอก

   * ยาบ้า: 329,773,549 เม็ด

   * เฮโรอีน: 1,432.53 กิโลกรัม

   * คีตามีน: 1,926.77 กิโลกรัม

   * ไอซ์: 27,974.43 กิโลกรัม

   * ยาอี: 108,259 เม็ด

 * มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้: 4,580 ล้านบาท

ความสำเร็จจากการบูรณาการทุกภาคส่วน

ความสำเร็จเหล่านี้เป็นผลมาจากการขับเคลื่อนนโยบายระดับสูงแบบบูรณาการ โดยได้รับความร่วมมือจาก:

 

 




 

รวมทั้งในช่วงวันที่ 1-30 กรกฎาคม 2568 บช.ปส. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร, หน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนทางบกและทางน้ำ 35 (นบ.ยส.35), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กรมการปกครอง และหน่วยข่าวกรองทางทหาร ในการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ถึง 19 คดี ผู้ต้องหา 45 คน พร้อมของกลางยาบ้า 46.88 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,408 กิโลกรัม และคีตามีน 150 กิโลกรัม

 

 

 

 

///

กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา ตะลุยโคราชดูงานการบริหารจัดการหนี้สินเกษตรกรยั่งยืน ชูขับเคลื่อนใชตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ สร้างวินัยการเงิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด

 กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา ตะลุยโคราชดูงานการบริหารจัดการหนี้สินเกษตรกรยั่งยืน ชูขับเคลื่อนใชตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ สร้างวินัยการเงิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด

 

 


 

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดยนายเตชสิทธิ์  ชูแก้ว รองโฆษกคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการการบริหารจัดการหนี้สินครัวเรือนเกษตรกรไทย เดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้สินของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา การส่งเสริมการสร้างรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงแนวทางการแก้ไขพื้นที่ทำการเกษตร ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาภาคเกษตร ณ ห้องประชุม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

 

 


 

โดยได้รับเกียรติจากนายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและได้ให้ข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรของจังหวัดนครราชสีมา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุ่งเน้นให้เกษตรกรมีรายได้ประจำวัน ประจำสัปดาห์ ประจำเดือน และประจำปี ให้มีรายได้บำนาญผ่านโครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา และผู้ประกอบอาชีพอิสระ

 

 


 

จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ทั้งหมด 12,808,728 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 8,907,219 ไร่

คิดเป็นร้อยละ 69.55% ของพื้นที่ทั้งหมด มีพื้นที่เกษตรกรรมในเขตชลประทาน 697,081 ไร่

และพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน 8,210,138 ไร่ สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)

ณ ราคาประจำปี พ.ศ. 2565 ของจังหวัดนครราชสีมามีมูลค่า 335,472 ล้านบาท และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 134,338 บาท โดยมีมูลค่าภาคเกษตรกรรม 48,356 ล้านบาท สำหรับการใช้ประโยชน์และความเหมาะสมของดินเพื่อการเพาะปลูก (Agri-Map analytic) มีพื้นที่ทำการเกษตรที่เหมาะสม 7,289,337 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตรที่ไม่เหมาะสม 451,643 ไร่ มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ข้าวนาปี ข้าวหอมมะลิ ข้าวทั่วไป มันสำปะหลังโรงงาน

 

 

 


 

อย่างไรก็ตามพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา ยังคงประสบปัญหาด้านระบบชลประทานและการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร โดยมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการตลอดทั้งปี อันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านแหล่งเก็บกักน้ำ รวมถึงข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูกตามข้อมูลจากระบบ Agri-Map Analytic นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินทำกิน โดยเฉพาะในกรณีของเกษตรกรที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่

 

 

 


ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะให้ปฏิบัติตามมาตรการการพัฒนาเกษตรกรรมภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” มุ่งเน้นการส่งเสริมองค์ความรู้และวินัยทางการเงินแก่เกษตรกร  เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความเหมาะสมของชนิดพืชในแต่ละพื้นที่ ส่งเสริมการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ควรดำเนินผ่านกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างเป็นระบบ

 

 

 

นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมอย่างบูรณาการ โดยกระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน.

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ชุมพร - จัดพิธีลงนาม “ปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด” เดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด

 ชุมพร - จัดพิธีลงนาม “ปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด” เดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด



วันนี้ (30 ก.ค. 68) เวลา 13.30 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พล.ต.ต. สมคะเน โพธิ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายแพทย์อนุ ทองแดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร และนายทรงรัฐ รสสุคนธ์ ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม "ปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด" ระหว่างนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ และผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ ตามปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเชิงรุกและยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร 













โดยเนื้อหาในปฏิญญาดังกล่าว นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ และผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ ลงนามให้ปฏิญญาร่วมกันว่าจะมุ่งบังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจังและเด็ดขาด จะป้องกันมีให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมิให้มีผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านชุมชนมีระบบ กลไก การจัดการปัญหาด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างแท้จริง 








สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลและ Kick off ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด พร้อมเป็นประธานสักขีพยาน "ปฏิญญารวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด" ระหว่างผู้ว่าฯ - ผู้บังคับการตำรวจ 76 จังหวัด มุ่งขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ หัวหน้าสถานีตำรวจ ได้นำนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดขับเคลื่อนให้ครบทุกมิติ ทั้งการป้องกันไม่ให้มียาเสพติดเข้าสู่ประเทศ การปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม ทำให้ประชาชนรับรู้เข้าใจและสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของรัฐบาลและพวกเราทุกคน ยกระดับให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตั้งตัวชี้วัดว่า "ภายใน 3 เดือนนี้" หมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดจะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนปลอดยาเสพติดที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพต่อไป

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดันแจ้งเกิดงานเกษตรแฟร์ทักษิณ จัดใหญ่วันนี้ถึง 3 สิงหาคมนี้ คนร่วมงานคึกคัก ชวนชมงานวิจัยนวัตกรรมการเกษตร กิจกรรมการประกวดผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายสินค้าและการแสดงของนักเรียน นิสิต และศิลปินอย่างสร้างสรรค์ตลอด 10 วันเต็ม

 

ดันแจ้งเกิดงานเกษตรแฟร์ทักษิณ จัดใหญ่วันนี้ถึง 3 สิงหาคมนี้ คนร่วมงานคึกคัก ชวนชมงานวิจัยนวัตกรรมการเกษตร กิจกรรมการประกวดผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายสินค้าและการแสดงของนักเรียน นิสิต และศิลปินอย่างสร้างสรรค์ตลอด 10 วันเต็ม

 

 


 

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมาคณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จัดพิธีเปิดงานเกษตรแฟร์ทักษิณ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2568 อย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยทักษิณ บุคลากร นิสิต นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน

 

 


 

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และเน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะแหล่งเรียนรู้และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกมิติ

 

 


 

นายรัฐศาสตร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการขับเคลื่อนชุมชนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมจากภาคการศึกษา จากนั้นมีกดสัญลักษณ์เปิดงานเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 19 อย่างเป็นทางการ

 

 


 

ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารและผู้ร่วมงานได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการต่าง ๆ ภายในงาน อาทิ นิทรรศการผลงานด้านเกษตร การสาธิตเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการจำหน่ายสินค้าเกษตรจากจังหวัดพัทลุง สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงกิจกรรมประกวดและแข่งขันหลากหลายรายการที่ได้รับความสนใจ

 

 





 

ทั้งนี้งานเกษตรแฟร์มหาวิทยาลัยทักษิณ ครั้งที่ 19 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนิสิต เปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและเกษตรกร ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยทักษิณ ขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสความรู้และความสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน “เกษตรแฟร์ทักษิณ ครั้งที่ 19” ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่เพจเกษตรแฟร์ทักษิณ - Kaset Fair Thaksin.

 

 

 

 


ชุมพร – แรงงานเมียนมาผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า พร้อมปืน 5 กระบอก ถูกจับกุมที่ชุมพร

 ชุมพร – แรงงานเมียนมาผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า พร้อมปืน 5 กระบอก ถูกจับกุมที่ชุมพร


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้รายงานผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้โครงการ "No drugs No dealers" โดยมีการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และสาธารณสุขในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 7,575 เม็ด และอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก
การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นจากการนำผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลเขาไชยราช จำนวน 6 ราย เข้ารับการบำบัดรักษาแบบสมัครใจที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพละ จากนั้นได้มีการขยายผลนำไปสู่การจับกุมผู้ค้าสำคัญ 3 รายดังนี้


คดีที่ 1: จับกุมนายโทน แรงงานเมียนมาพร้อมยาบ้าและอาวุธปืน
เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุม นายโทน สัญชาติเมียนมา ที่หมู่ 1 ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดี โดยพบของกลางยาบ้าจำนวน 117 เม็ด เงินสด 2,000 บาท อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 21 นัด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง นายโทนถูกแจ้งข้อหา "มียาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, และเป็นบุคคลต่างด้าวอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต"


คดีที่ 2: รวบสองสามีภรรยาเมียนมากับยาบ้ากว่า 1,400 เม็ด
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุม นายซอ ไป่ง (Mr. ZAW PAING) และ นางสาวโซ โซ มอน (Mrs. SOE SOE MON) สองสามีภรรยาสัญชาติเมียนมา ที่หมู่ 1 ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพรเช่นกัน ทั้งคู่สามารถพูดและฟังภาษาไทยได้ ของกลางที่ตรวจพบคือยาบ้ารวม 1,409 เม็ด อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน และถุงพลาสติกสำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวน 50 ใบ นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง ทั้งสองถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต"
คดีที่ 3: จับกุมเครือข่ายใหญ่ ยึดยาบ้า 6,400 เม็ด และปืนยาว 3 กระบอก


คดีสุดท้ายนำไปสู่การจับกุม นายซาน ทูน (Mr. SAN TUN) และ นางสาวขิ่น ขิ่น ถ่วย (Mrs. Khin Khin Htww) สัญชาติเมียนมา ที่ 2/8 หมู่ 6 ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดีเช่นกัน จากการตรวจค้นพบยาบ้ารวมมากถึง 6,409 เม็ด อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ขนาด .22 มม. จำนวน 3 กระบอก พร้อมกระสุน เครื่องชั่งดิจิทัล และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ทั้งคู่ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต"


สรุปผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ มีผู้เสพเข้ารับการบำบัด 6 ราย และมีการจับกุมผู้ค้า 3 คดี ผู้ต้องหา 5 ราย รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 7,575 เม็ด และอาวุธปืน 5 กระบอก โดยเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านมาบอำมฤต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุมพร –  หลับในสยองรับอรุณ! กระบะพุ่งอัดต้นไม้ริมเพชรเกษม พังยับทั้งคัน ชาย-หญิงชาวเมียนมาติดภายใน เจ็บสาหัส

 ชุมพร –  หลับในสยองรับอรุณ! กระบะพุ่งอัดต้นไม้ริมเพชรเกษม พังยับทั้งคัน ชาย-หญิงชาวเมียนมาติดภายใน เจ็บสาหัส นาทีชีวิตบนถนนสายใต้เกิดขึ้นอี...