นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568

ผู้ตรวจการฯ ร่วม กอ.รมน.ภาค 4 โร่แจ้ง ปปป.-ปปง. เอาผิด ‘ขบวนการขายชาติ

  

ผู้ตรวจการฯ ร่วม กอ.รมน.ภาค 4 โร่แจ้ง ปปป.-ปปง. เอาผิด ‘ขบวนการขายชาติ

 


เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผอ.ส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตามที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่ จ.ชุมพร ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันลักลอบเข้าไปบุกรุกแผ้วถางทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา ในเขตแนวชายแดนไทยและเมียนมา แล้วนำผลอาสินสวมสิทธิเข้ามาขายในประเทศไทย รวมถึงมีการลักลอบค้าแรงงานเถื่อน จึงได้ประสานกับกองทัพภาค 4 เข้าดำเนินการตรวจสอบ และสืบสวน เนื่องจากเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในของราชอาณาจักร



ทั้งนี้ คณะทำงานแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร บริเวณพื้นที่ชายแดนจังหวัดชุมพรและระนอง โดยสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบตั้งแต่ มีนาคม 2568 โดยได้มีการสอบสวนบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล และแสวงหาข้อมูล พบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน มากกว่า 10 ราย ร่วมกันเป็นขบวนการ ดำเนินการุกรุกพื้นที่ ปลูกผลอาสิน รวมถึงขนย้ายแรงงานชาวโรฮีนจา เข้ามายังประเทศไทย ล่าสุดได้มีการสรุปสำนวนการบันทึกปากคำ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ต่อ ป.ป.ช.-ปปป. ส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว



ร.ต.ต.พงศกร กล่าวด้วยว่า ผลการตรวจสอบ พบว่าพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีการใช้รถแบ๊กโฮลักลอบปรับไถเปิดจุดชายแดนเข้าออกนอกราชอาณาจักรมากกว่า 10 จุด และใช้เป็นเส้นทางเข้าออกประจำ 5 จุด เข้าออกกันอย่างเสรี ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ใช้เป็นเส้นทางขนสินค้าเกษตรเถื่อน อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ลักลอบขนไม้เถื่อน แร่เถื่อน แรงงานเถื่อน ค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ซึ่งตั้งแคมป์อยู่ห่างชายแดนประมาณ 5 กม. มีชาวโรฮีนจาประมาณ 400-500 คน 



ในเขตคุ้มครองของทหารกะเหรี่ยง KTLA จัดสรรหลอกขายให้กับคนไทยมากกว่า พันไร่ ราคาไร่ละ 50,000-100,000 บาท มีการตั้งชื่อหมู่บ้านนอกราชอาณาจักรว่า “หมู่บ้านอินทนินงาม” มีกลุ่มคนไทยหลายกลุ่ม เข้าไปสร้างที่อยู่อาศัย มีร้านค้า ร้านอาหาร ทำการเกษตรยางพารา ปาล์มน้ำมัน และอื่นๆ นำผลผลิตออกมาขายฝั่งไทย โดยมี “นายสมาน” สัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ อ้างตัวเป็นนายพลกะเหรี่ยง และอ้างว่าสนิทกับทหารไทย คอยติดต่อประสานงานกับทางการไทย 



โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ในการร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้ส่งมอบหลักฐานการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย ที่ใช้อำนาจหน้าที่เข้าสู่ระบบข้อมูลบุคคล จนนำไปสู่การติดตามอุ้มสายข่าวของทางราชการไปฆ่าฝังในพื้นที่หมู่บ้านอิทนทนิลงาม ฝั่งประเทศเมียนมา 



ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว ได้นำสรุปสำนวนการสืบสวนและการบันทึกปากคำ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ป.ป.ช.กลาง ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มข้าราชการไม่น้อยกว่า 10 ราย ที่ผลการสอบสวนเกี่ยวพันทางเส้นทางการเงิน โดยทั้งหมด เป็นเจ้าหน้าที่ของปกครอง ทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนฝั่งอันดามัน

 





ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว ได้นำสรุปสำนวนการสืบสวนและการบันทึกปากคำ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ป.ป.ช.กลาง ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มข้าราชการไม่น้อยกว่า 10 ราย ที่ผลการสอบสวนเกี่ยวพันทางเส้นทางการเงิน โดยทั้งหมด เป็นเจ้าหน้าที่ของปกครอง ทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนฝั่งอันดามัน

 

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568

ชุมพร – ต้อนรับนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะ

  ชุมพร – ต้อนรับนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะ

เวลา 13.00-15.00 น  วันนี้   20  เมษายน 2568 นายสหการณ์  เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์  ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี เปิดสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด  บ้านรุ่งตะวัน  ร่วมกับ  นายศรัณย์ชัย  จันทรมณี ผู้พิพากษาศาลจังหวัดชุมพร นายจีระศักดิ์ แสงหอยนายอำเภอหลังสวน   นายสมชบ แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอหลังสวน นายวิชาญ ศรีวิเศษ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ประธานเขต 8  พ.ต.ท.จเร ชูแก้ว สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรบ้านในหูต พร้อมคณะ  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำพิธีเปิดป้ายสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด "บ้านรุ่งตะวัน" เรือนจำอำเภอหลังสวน เสร็จแล้วชมกันแสดงรำมโนราห์ของผู้ต้องขังหญิง จากนั้นได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้ต้องขัง เสร็จพิธีแล้วไปตรวจ ราชการเรือนจำชั่วคราวห้วยกลั้ง เพื่อติดตามการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว "โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์" และการพัฒนาเรือนจำชั่วคราวห้วยกลั้ง ให้เป็นเรือนจำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ต่อไป



นายสมชบ แก้วภราดัย  กล่าว  ตามหนังสือที่อ้างถึง กรมราชทัณฑ์ แจ้งให้เรือนจำที่มีการดำเนินงานด้านการบำบัดและฟื้ฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด ทางเรือนจำอำเภอหลังสวน ได้ยืนคำขอจัดตั้งเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยเรือนจำอำเภอหลังสวนได้ดำเนินการอบรมผู้ขัง ด้านยาเสพติดและได้รับการรับรองตามมาตรฐานการพัฒนาคุณภาพการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด และสารเสพติด จากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี ครั้งแรก เมื่อพ.ศ.2555 และผ่านการประเมินรับรองคุณภาพซ้ำทุกๆ3ปีจนถึงปีจจุบัน สถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด  บ้านรุ่งตะวัน  ได้อบรมผู้ต้องขังยาเสพติดรุ่นละไม่น้อยกว่า 50 คน และได้ดำเนินการมาแล้ว 24 รุ่น สถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด   บ้านรุ่งตะวัน  ได้ผ่านการจัดตั้งให้เป็นสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เมื่อ 27 มกราคม 2568

ได้จัดให้เรือนจำชั่วคราวห้วยกลั้ง เป็นเรือนจำที่มีกิจกรรมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมพร้อมจัดสถานที่ให้สวยงามตรงบริบทกับภูมิประเทศของจังหวัดชุมพรเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อให้ประชาชนได้เยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ที่มีความสวยงาม สะดวกสบาย น่าอยู่  นายสมชบ แก้วภราดัย   กล่าวเพิ่มเติม

   

ด้วย นายสหการณ์  เพ็ชรนรินทร์  อธิบดีกรมราชทัณฑ์  ได้กำหนดนโยบายบริหารงานราชทัณฑ์ภายใต้แนวคิดรวมพลังขับเคลื่อนแปดมิติยกกำลังสองสร้างคนดีกับคืนสังคมมิติที่สำคัญ พัฒนาพฤตินิสัยแก้ไขผู้ต้องขังให้ตรงกับปัญหาของการกระทำความผิด Pop เปลี่ยนพฤติกรรมนิสัยผู้ต้องขังโดยต้องเริ่มต้นจากการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและประเมินปัจจัยความเสี่ยงของผู้ต้องขังแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพครบถ้วนและรอบด้านและดำเนินการคัดกรองการใช้สารเสพติดในผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายเพื่อให้สามารถนำไป ใช้ ในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยให้เกิดผลสำเร็จอย่างเหมาะสมมีความเฉพาะทางสอดคล้องกับประเภทหรือพฤติกรรมการกระทำผิดผ่านกิจกรรมและหลักสูตรและโปรแกรมต่างๆโดยเฉพาะการบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้ตรงตามระดับการเสพติดสามระดับได้แก่ผู้ใช้ผู้เสพและผู้ติด และการนำร่องการบำบัดฟื้นฟู ผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฐานเสพติดหรือครอบครองเพื่อเสพที่อยู่ระหว่างการฝากขังและการสร้างความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในระหว่างรับโทษจำคุกเพื่อป้องกันมิให้กระทำความผิดซ้ำกับผู้ต้องขังกลุ่มคดีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรา การป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงพ.ศ. 2565 ผ่านหลักสูตรที่กรมราชทัณฑ์ได้พัฒนาขึ้นในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ นอกจากนี้จากการกำหนดประเภทหรือชั้นของเรือนจำโดยเฉพาะการกำหนดเรือนจำเฉพาะทางเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังอย่างเหมาะสมอาทิจัดให้มีเรือนจำกีฬาเรือนจำอุตสาหกรรมเรือนจำเกษตรกรรมเป็นต้นโดยจะพิจารณาจัดตั้งสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่และประเภทเรือนจำ

           

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568

ชุมพร - พบวาฬบรูด้า โผล่โชว์ตัว-หาอาหารใน เกาะรังกาจิว และบริเวณมาตรา

  ชุมพร - พบวาฬบรูด้า โผล่โชว์ตัว-หาอาหารใน เกาะรังกาจิว และบริเวณมาตรา เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

วันที่ 20 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน กรณี พบวาฬบรูด้าในเกาะรังกาจิว และบริเวณมาตรา เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร วันที่ 19 เมษายน 2568 “ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช“ เผยภาพเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบวาฬบรูด้า โผล่โชว์ตัว หาอาหาร ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร



เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชุดที่ 4 (เกาะรังกาจิว) ฝ่ายวิชาการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรภายใต้การอำนวยการของนายอุกฤษฏ์ ดีทองอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำเกาะรังกาจิว พบวาฬบรูด้า 𝘉𝘢𝘭𝘢𝘦𝘯𝘰𝘱𝘵𝘦𝘳𝘢 𝘦𝘥𝘦𝘯𝘪 (สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 16) กำลังแหวกว่ายเคียงคู่โชว์ตัว และหาอาหาร อยู่บริเวณเกาะรังกาจิว และบริเวณมาตรา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่ายของวันที่ 19 เมษายน 2568

     

วาฬบรูด้า (Balaenoptera. Edeni) เป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ 2562 ถิ่นที่อยู่อาศัยของวาฬบรูด้าโดยอาศัยอยู่บริเวณทะเลอ่าวไทย และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งวาฬบรูด้าถือเป็นสัตว์ประจำถิ่น อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์”

 

เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชุดที่ 4 (เกาะรังกาจิว) ฝ่ายวิชาการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร สำรวจติดตามวาฬบรูด้าตามที่ได้รับแจ้งการพบเห็นจากเครือข่ายบริเวณชายฝั่งชุมพร ผลการสำรวจพบวาฬบรูด้า 2 ตัว บริเวณ  เกาะรังกาจิว และบริเวณมาตรา อ.เมืองชุมพร  จ.ชุมพร มีพฤติกรรมกำลังกินอาหาร จากการตรวจสอบอัตลักษณ์เบื้องต้นพบว่ายังไม่ตรงกับอัตลักษณ์ของวาฬบรูด้าในฐานข้อมูลที่มีอยู่ การตรวจสุขภาพโดยใช้ภาพถ่ายและสังเกตระยะไกล พบว่าคุณภาพและอัตราการหายใจปกติ มีความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนี้จะได้ตรวจสอบอัตลักษณ์โดยละเอียดต่อไป

 

ธนากร โกสลเมธีรายงาน 0818923514

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568

ชุมพร –  ผกก.สภ.วิสัยเหนือ ตั้ง รางวัลนำจับค่าหัว  10,000 บาท โจรชิงทองแม่ค้าของชำ

  ชุมพร –  ผกก.สภ.วิสัยเหนือ ตั้ง รางวัลนำจับค่าหัว  10,000 บาท โจรชิงทองแม่ค้าของชำ

วันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น ที่ สภ.บ้านวิสัยเหนือ   พ.ต.อ.พิน อินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือเรียกประชุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.บ้านวิสัยเหนือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ภูธรจังหวัดชุมพรว่างแผนเข้าดำเนินการค้นหานายอาวชาวเมียนมา อายุ35ปีที่มาทำงานในพื้นที่วิสัยเหนือประมาณ 7-8เดือนและที่เคยทำงานในจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี และในพื้นที่อำเภอสวี ได้จัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว

จากกรณีเมื่อเวลา 08.17 น.วันที่ 16 เมษายน 2568  ร.ต.อ.สุรกิจ กล่ำพัก

รอง สว.(ป.)สภ.บ้านวิสัยเหนือ ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำ ที่ร้านขายของชำเลขที่ 75/2 หมู่ 11 ตำบลวิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงาน พ.ต.อ.พิน อินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือ พร้อมนำกำลังไปตรวจสอบ

    

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเปิดเป็นร้านขายของชำติดกับกับถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ตำรวจพบกับ นางกชพรรณ แก้วจินดา อายุ 55 ปี เจ้าของบ้าน อยู่ในอาการตื่นตกใจ โดยที่ต้นคอด้านหลังมีรอยเขียวช้ำจากการถูกคนร้ายใช้ขวดเบียร์ทุบตี มีอาการบาดเจ็บไม่มากนัก โดยชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 1.50 บาท มูลค่าประมาณ 7 หมื่นบาท

 

จากการสอบปากคำ นางกชพรรณ ผู้เสียหาย และดูคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน ทราบว่า ช่วงเช้าขณะที่ผู้เสียหายกำลังเปิดร้านเพื่อขายของชำซึ่งเป็นสินค้าทั่วไป ได้มีคนร้ายซึ่งชายชาวชาวเมียนมา ทำงานอยู่ในหมู่บ้าน นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่เสื้อยืดสีดำไว้ใน คลุมทับด้วยเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้ม และใช้ผ้าเช็ดหน้าสีดำลายขาวพันปิดปากและจมูก  ได้ขับรถ จยย.มาจอดที่ริมถนนเยื้องกับหน้าบ้าน  และได้มอบหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไปและขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจช่วยตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

   

จากนั้นได้เดินเข้ามายกมือไหว้เจ้าของที่กำลังจัดของอยู่ในร้าน โดยทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อของ ระหว่างที่เจ้าของร้านกำลังก้มลงหยิบของ คนร้ายสบโอกาสหยิบขวดเบียร์ที่อยู่ในร้านมากระหน่ำทุบตีที่บริเวณศีรษะด้านหลังและท้ายทอยหลายครั้ง จนเป็นแผล ล้มฟุบลงกับพื้น จากนั้นคนร้ายได้กระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1.50 บาท วิ่งไปขึ้นรถ จยย.ที่จอดอยู่หน้าร้านขับหลบหนีไป อย่างเร็ว

พ.ต.อ.พิน อินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือ กล่าวจากการสืบทราบว่าเป็นชาวพม่าชื่อเล่นนายอาว อายุ 35 ปีทำงานในพื้นที่จังหวัดชุมพรประมาณเจ็ดแปดเดือนก่อนหน้านี้ ทำงานอยู่ที่ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี ไปไปมามา มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง พฤติกรรมส่วนตัวชอบเล่นสนุกเกอร์และตีไก่และการพนันเข้ามาร่วม จากกรณี ที่ชิงทองน่าจะเป็นด้วยที่ราคาทองแพงและเจ้าของร้านใส่สร้อยให้เห็นเลยก่อเหตุชิงทองเกิดขึ้น ขณะที่ชิงทองนั้นเจ้าของได้กำพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทองไว้ในมือคนร้ายกระชากได้ไปแต่สร้อยทองน้ำหนัก 1.50 บาท จากการตรวจสอบและลงพื้นที่ของชุดสืบกำลังติดตามหาตัวคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่จังหวัดชุมพรในวันนี้ได้เรียกประชุมชุดสืบของสพบ้านวิสัยเหนือและชุดสืบ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรเพื่อวางแผนในการดำเนินการหาคนร้ายและนำตัวมาดำเนินตามกฏหมาย

จากการลงพื้นที่สอบสวนกับเพื่อนเพื่อนชาวเมียนมา ด้วยกัน ที่มารับจ้างทำงานในพื้นที่ เพื่อตามหาผู้กระทำความผิด และได้แจ้งให้ทราบถึงใครให้เบาะแสทางเจ้าหน้าที่จะมีรางวัลนำจับ 10,000 บาทให้กับผู้แจ้งเบาะแส คาดว่ายังอยู่ในพื้นที่ คงจะได้ตัวเร็ว เพราะเป็นคดีอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายไทย   พ.ต.อ.พินอินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือกล่าวเพิ่มเติม

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568

ชุมพร – ทองเล  ควายยักษ์น้ำหนักมากกว่า 400 กิโลกรัม มีเบ็ดตกปลาขนาดใหญ่ ติดแน่นในกระพุ้งแก้มซ้าย ใกล้โคนกรามด้านใน

  ชุมพร – ทองเล  ควายยักษ์น้ำหนักมากกว่า 400 กิโลกรัม มีเบ็ดตกปลาขนาดใหญ่ ติดแน่นในกระพุ้งแก้มซ้าย ใกล้โคนกรามด้านใน

วันที่ 15 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน จากนายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์  นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์  สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร  ช่วยเหลือ**"เจ้าทองเล"** ควายชนเพศผู้พระราชทานปลดระวางจากการชนของกรมปศุสัตว์มีเบ็ดตกปลาขนาดใหญ่ ติดแน่นในกระพุ้งแก้มซ้าย ใกล้โคนกรามด้านใน



จาก กรณี    สถานที่ **โฮมสเตย์เรือนตังเก** บนพื้นที่เกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เจ้าของสังเกตเห็น **"เจ้าทองเล"** ควายชนเพศผู้พระราชทานปลดระวางจากการชนของกรมปศุสัตว์ คู่ใจน้ำหนักกว่า ๔๐๐ กิโลกรัม มีพฤติกรรมผิดปกติ **"มันสะบัดหัวตลอดเวลา น้ำลายฟูมปาก และปฏิเสธอาหารทุกชนิด

    

ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหลังสวนว่าเมื่อตอนเย็นเมื่อวานวันศุกร์ที่ 14 เมษายน 2568  เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาดูในพื้นที่หลังจากได้รับรายงาน เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด พบ **มีเบ็ดตกปลาทะเลขนาดใหญ่ (ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร) ติดแน่นในกระพุ้งแก้มซ้าย** ใกล้โคนกรามด้านใน ซึ่งเป็นจุดอันตรายที่อาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อหรือทะลุสู่โพรงจมูก  เจ้าหน้าไม่สามารถดำเนินการเบื้องต้นได้เนื่องจากเป็นควายชนขนาดใหญ่ไม่อยู่นิ่งบังคับลำบากและไม่สามารถล้วงดึงออกได้อาจต้องจำเป็นใช้ยาสลบและเป็นช่วงเวลาพรบค่ำใกล้มืดค่ำแล้ว

ทีมกู้ชีพสัตว์ชุมพรระดมพล ด้วยความเร่งด่วน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหลังสวนได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยัง:  นายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์  นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์  สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหลังสวน และทีมงานคาวบอยจังหวัดชุมพร  ผู้ชำนาญการควบคุมสัตว์ใหญ่   ทีมงานทั้งหมดเดินทางถึงที่เกิดเหตุในเวลา ๑๐.๐๐ น. และเริ่มประเมินสถานการณ์ทันที 

        

     วางยาสลบและผ่าตัดกลางกลางสวนมะพร้าวบนเกาะพิทักษ์ทุ่ง เนื่องจาก"เจ้าทองเล"เป็นควายชนมีขนาดใหญ่และอยู่ในพื้นที่เปิด ทีมงานต้องใช้ยุทธวิธีพิเศษ   ขั้นตอนที่ ๑:ทีมคาวบอยช่วยควบคุมและการจับบังคับคล้องและทำการผูกกับตันไม้ให้นิ่งพร้อมกับปิดตาทั้งสองข้างเพื่อการเตรียมความพร้อมในการวางยาสลบต่อไป ขั้นตอนที่ ๒:นายสัตวแพทย์พิชัย ฉีดยาสลบแบบคำนวณน้ำหนักอย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง  ขั้นตอนที่ ๓: ใช้เครื่องมือพิเศษ สอดเข้าไปในช่องปากเพื่อคลายเบ็ด พร้อมกับใช้ไฟฉายและสปอร์ตไลด์ส่องเข้าไปดูในปากด้านในสุด ที่คิดว่ามีการติดแน่นอยู่ภายใน โดยต้องทำงานอย่างปราณีต เพื่อไม่ให้เบ็ดขาดหรือทิ่มลึกกว่าเดิม  แต่ด้วยความพยายามจนแล้วจนรอดดูกันหลายคนหลายตาก็ไม่พบว่ามีเษ็ดขนาดใหญ่ติดอยู่ภายในช่องปากหรือกระพุ้งแก้มด้านในแต่อย่างใด จึงคิดว่า อาจจะมีการ เคี้ยว เอื้อง และเบ็ดที่ติดค้างอยู่ หลุดผ่านหลอดอาหารเข้าไปในกระเพาะ และอาจจะ มีการเคลื่อนย้าย ผ่านลำไส้ออกทาง อุจจาระ ก็อาจจะเป็นได้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่า เพื่อความปลอดภัยของ เจ้าทองเล ขอให้เขาปลอดภัย และไม่เป็นอันตราย ต่อไป

 ขั้นตอนที่ ๔: ทำความสะอาดแผลและฉีดยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ  ยาแก้อักเสบและวิตามินบำรุงร่างกายให้กับเจ้าทองเล หลังจากนั้น ก็ทำการเทน้ำราดตัว ตั้งแต่หัว ตลอดลำตัว เพื่อให้เจ้าทางเล ฟื้นจากการบังคับและการ วางยาสลบ เพียงไม่กี่นาทีต่อมา "นี่เป็นเคสที่ท้าทาย เพราะเบ็ดติดในตำแหน่งที่มองเห็นยาก และทองเล เป็นควายกำลังดี อาจตื่นตัวได้ทุกขณะ" นายสัตวแพทย์พิชัย** กล่าวระหว่างปฏิบัติการ 

นายเบิ้มและน้องต้อมคู่สามีภรรยาเจ้าของเราขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เสียสละวันหยุดมาช่วยชีวิตสัตว์ ควายทองเลได้ปลอดภัย ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชุมชน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

ชุมพร –  หลับในสยองรับอรุณ! กระบะพุ่งอัดต้นไม้ริมเพชรเกษม พังยับทั้งคัน ชาย-หญิงชาวเมียนมาติดภายใน เจ็บสาหัส

 ชุมพร –  หลับในสยองรับอรุณ! กระบะพุ่งอัดต้นไม้ริมเพชรเกษม พังยับทั้งคัน ชาย-หญิงชาวเมียนมาติดภายใน เจ็บสาหัส นาทีชีวิตบนถนนสายใต้เกิดขึ้นอี...