นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ชุมพร – ชาวบ้านละแมเดือดร้อนหนัก รวมตัวนับร้อยร้องทุกข์ สะพานพังนานเกือบปี ต้องอ้อมไกลวันละเกือบ 30 กิโล พระสงฆ์ลุยน้ำบิณฑบาต วอนเร่งทำทางเบี่ยง

 ชุมพร – ชาวบ้านละแมเดือดร้อนหนัก รวมตัวนับร้อยร้องทุกข์ สะพานพังนานเกือบปี ต้องอ้อมไกลวันละเกือบ 30 กิโล พระสงฆ์ลุยน้ำบิณฑบาต วอนเร่งทำทางเบี่ยง

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณสะพานคลองละแม บ้านครองเสร็จ หมู่ 2 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร หลังชาวบ้านจากหลายหมู่บ้าน ทั้งหมู่ 1 ตำบลทุ่งหลวง และพื้นที่ใกล้เคียง รวมตัวกันนับร้อยคน เพื่อร้องเรียนความเดือดร้อนจากปัญหาการสัญจร หลังสะพานถนนทางหลวงสาย 4134 ถูกทุบรื้อและปล่อยทิ้งไว้นานเกือบ 9 เดือน ทำให้ต้องใช้เส้นทางอ้อมไกลขึ้นอย่างหนัก

ชาวบ้านระบุว่า ตั้งแต่สะพานถูกทุบรื้อเมื่อเดือนเมษายน 2568 การเดินทางระหว่างสองฝั่งคลองไม่สามารถใช้งานได้ ต้องอ้อมไปใช้ทางเลี่ยงผ่านปากน้ำละแม แล้ววกกลับขึ้นมาเชื่อมถนนเดิม เป็นระยะทางไป-กลับกว่า 14–15 กิโลเมตรต่อครั้ง ส่งผลให้ผู้ปกครองต้องขับรถไปส่งและรับนักเรียนวันละหลายรอบ รวมระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร สร้างภาระทั้งค่าใช้จ่าย เวลา และความเสี่ยงในการเดินทาง

ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือ พระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ ซึ่งต้องออกบิณฑบาตทุกเช้า ต้องลุยน้ำข้ามคลองทั้งไปและกลับ เนื่องจากไม่มีทางสัญจรที่ปลอดภัย ชาวบ้านมองว่าเป็นภาพสะท้อนความเดือดร้อนที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่กระทบต่อศาสนาและวิถีชีวิตชุมชนอย่างรุนแรง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายพิชญพัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอละแม นายกรีธา เดชพิณ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร นายนันทภพ เอื้ออารี สมาชิกสภาจังหวัดชุมพร เขต 1 อำเภอละแม นายบรรจงศักดิ์ ลอยชื่น สมาชิกสภาจังหวัดชุมพร เขต 2 อำเภอละแม  นายนรินทร์ พันธ์เจริญ กำนันตำบลละแม ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอละแม และ  ผู้นำท้องถิ่น เข้าชี้แจงและรับฟังปัญหาจากประชาชน

นายพิชญพัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอละแม กล่าวว่า ทราบดีว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมานานถึง 9 เดือน ยืนยันจะเร่งประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการโดยเร็ว ขณะนี้ทางแขวงทางหลวงชุมพรแจ้งว่าคนงานเริ่มเข้าพื้นที่แล้ว และจะเร่งดำเนินการในช่วงหน้าแล้ง พร้อมขอให้ประชาชนอดทนไปก่อน และยืนยันว่าทางอำเภอจะช่วยประสานและดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้านนายนันทภพ เอื้ออารี สมาชิกสภาจังหวัดชุมพร ระบุว่า ปัญหานี้ลากยาวมานานเกินไป การไม่มีทางเบี่ยงชั่วคราวที่เหมาะสม ทำให้ชาวบ้านต้องอ้อมไกล ทั้งที่หากทำทางเบี่ยงชั่วคราวระยะทางเพียง 1 กิโลเมตร ก็จะช่วยลดภาระให้ประชาชนได้อย่างมาก โดยเฉพาะนักเรียนและพระภิกษุสงฆ์

ขณะที่นายกรีธา เดชพิณ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร ชี้แจงว่า สะพานเดิมใช้งานมานานกว่า 30 ปี เกิดการทรุดตัวและถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงในช่วงน้ำหลาก จำเป็นต้องทุบสะพานเดิมและสร้างตอม่อใหม่ทั้งหมด โดยการก่อสร้างต้องทำในช่วงหน้าแล้งเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และตั้งเป้าเริ่มงานก่อสร้างอย่างจริงจังในต้นเดือนมีนาคม พร้อมเปิดสัญจรได้ภายในเดือนกันยายน 2569

อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ทุ่งหลวง และชาวบ้านในพื้นที่ ยืนยันตรงกันว่า ความเดือดร้อนเกิดขึ้นจริงและยาวนาน ขอเพียงให้หน่วยงานทำทางเบี่ยงชั่วคราวสำหรับรถจักรยานยนต์ คนเดินเท้า และพระสงฆ์ เพื่อลดภาระและความเสี่ยง เพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป ประชาชนต้องแบกรับความลำบากโดยไม่มีทางเลือก

ชาวบ้านย้ำว่า ไม่ได้คัดค้านการสร้างสะพานใหม่ แต่ต้องการเห็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่พังไม่ใช่แค่สะพาน แต่คือคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งชุมชน

ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514

 

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ชุมพร -  ฝึกราษฎรอาสา ชรบ.เป็นกองกำลังระดับหมู่บ้าน ตำบล สร้างความเข้มแข็งแนวตะเข็บชายแดนไทย

ชุมพร -  ฝึกราษฎรอาสา ชรบ.เป็นกองกำลังระดับหมู่บ้าน ตำบล สร้างความเข้มแข็งแนวตะเข็บชายแดนไทย

เมื่อเวลา 09.00 นวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ณ โรงเรียนบ้านร้านตัดผม หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีวิทยากรจากหน่วยทหาร 4101 กองกำลังเทพสตรีที่ 401 ตำรวจ สภ.สลุย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นวิทยากร มีนายกอบต.สองพี่น้อง กำนันผู้ใหญ่บ้าน นำประชาชนอาสาสมัคร ในตำบลสองพี่น้อง 205 นายตำบลหงษ์เจริญ 30 นาย เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้

นายอำนาจ เตชวรรณโต ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอท่าแซะกล่าวรายงานว่า อำเภอท่าแชะ มีแนวชายแดนติดกับอำเภอปกเปี้ยน  จังหวัดมะริด ประเทศเมียนมา ทางทิศตตะวันตกระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร

มีช่องทางเข้า - ออกตามธรรมชาติ 3 แห่ง ซึ่งยังคงปรากฏข่าวสารการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้ายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องจัดเตรียมกองกำลังภาคประชาชน ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ให้มีความพร้อมในการป้องกัน

และแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนไทย - เมียนมา

เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที เพื่อเป็นการสร้างกองกำลังช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ราษฎรที่ได้รับการจัดตั้งมีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดสิงผิดกฎหมาย และปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดน ส่งเสริมและสนับสนุนให้ราษฎรมีส่วนร่วม ในการรักษาความสงบเรียบร้อยร่วมกับทางราชการอย่างเข้มแข็ง สนองตอบนโยบายภารกิจกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการรักษา

ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงภายใน โดยมีรายละเอียดการจัดกิจกรรม ยกตัวอย่างเช่น ระเบียบบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครอง และรักษาความสงบเ

กายในหมู่บ้าน พ.ศ.2551 สิทธิสวัสดิการชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน การสร้างความยั่งยืนในการขับเคลื่อนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน การฝึกระเบียบแถว การเสริมสร้างหมู่บ้าน ชุมชนเข็มแข็งเอาชนะยาเสพติดในบทบาทของฝ่ายปกครอง การฝึกยุทธวิธี การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด การตรวจค้นบุคคลยาพาหนะ การรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่ อาวุธศึกษา ความรู้เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา เป็นต้นโดยใช้ระยะเวลาการฝึกอบรมจำนวน 3 วัน

 

โดย นายพิศิษฐ์ ฤทธิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ และนายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้กล่าวให้กำลังใจ ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรม ชรบ. ในครั้งนี้ ที่จะต้องทำการฝึกทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ เป็นเวลา 3 วัน เพื่อที่จะได้เป็น กำลังหลักในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านตำบลอำเภอและจังหวัดต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน โทร.0818923514

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทม.ชุมพร ระดมสมองคนทุกภาคส่วน เดินหน้าเปิดศูนย์ TCDC ชุมพร ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 ทม.ชุมพร ระดมสมองคนทุกภาคส่วน เดินหน้าเปิดศูนย์ TCDC ชุมพร ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เผยเป็น 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศ

ชุมพร – เทศบาลเมืองชุมพรขยับครั้งสำคัญ เดินหน้าเตรียมเปิด “ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบชุมพร” หรือ TCDC Chumphon หลังจัดเวทีประชาคมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน หวังต่อยอดเมืองชุมพรสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เต็มรูปแบบ โดยจังหวัดชุมพรเป็น 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศที่ได้รับการคัดเลือกให้จัดตั้งศูนย์แห่งนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร OTOP เทศบาลเมืองชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร เป็นประธานเปิดการประชุมประชาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปิดศูนย์ **Thailand Creative & Design Center (TCDC) ชุมพร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจฐานสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ **สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KMITL) นักวิชาการด้านการออกแบบและการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองชุมพรที่ผ่านมา มาเป็นวิทยากรบรรยายภาพรวม แนวคิด และบทบาทของศูนย์ TCDC ชุมพร พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบพื้นที่ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชน

บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความคึกคัก มีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด คณะผู้บริหารเทศบาล ผู้นำภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว OTOP ร้านกาแฟ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมพร เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกว่า 350 คน สะท้อนพลังความร่วมมือของคนชุมพรในการร่วมกำหนดทิศทางเมืองในอนาคต

สำหรับศูนย์ TCDC ชุมพร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายเครือข่ายศูนย์ TCDC ภายใต้การกำกับดูแลของ **สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) มีเป้าหมายส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค โดยกำหนดใช้พื้นที่ห้องประชุมชั้น 1 หอประชุมเทศบาลเมืองชุมพร (อาคาร OTOP) เป็นที่ตั้งศูนย์ ขนาดพื้นที่ภายในประมาณ 644 ตารางเมตร และพื้นที่โดยรอบกว่า 5,000 ตารางเมตร

ภายในศูนย์จะประกอบด้วยศูนย์อำนวยการ ห้องทำงาน ห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรม และ Co-working space ขณะที่พื้นที่รอบอาคารสามารถปรับใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม ลานอเนกประสงค์ และอาคารจอดรถ เพื่อรองรับกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนทุกวัย

ทั้งนี้ จังหวัดชุมพรถือเป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องของประเทศที่จะจัดตั้งศูนย์ TCDC ร่วมกับ นครศรีธรรมราช ยะลา ร้อยเอ็ด และสกลนคร โดยใช้งบประมาณก่อสร้างแห่งละประมาณ 10.5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของเมืองชุมพรในระยะยาว

ธนากร โกศลเมธีรายงาน โทร.0818923514

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ชุมพร – วัดมาบอำมฤต จัดพิธีหล่อพระประธานในอุโบสถ “พระพุทธชินราช” สืบสานพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่ชุมชน

 ชุมพร – วัดมาบอำมฤต จัดพิธีหล่อพระประธานในอุโบสถ “พระพุทธชินราช” สืบสานพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่ชุมชน

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มณฑลพิธี วัดมาบอำมฤต ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดพิธีหล่อพระประธานในอุโบสถ “พระพุทธชินราช” อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา มีพุทธศาสนิกชน ผู้นำท้องถิ่น และคณะสงฆ์ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป



พิธีเริ่มด้วยการประกอบพิธีพราหมณ์ บวงสรวงบูชาเทพยดา ถวายเครื่องสังเวยตามฤกษ์มงคล จากนั้นเป็นพิธีทางสงฆ์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์ “ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร” ก่อนเข้าสู่พิธีสำคัญ คือการเททองหล่อพระประธาน “พระพุทธชินราช” เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถหลังใหม่ของวัด

ภายในพิธีมีพระเถรานุเถระจากหลายวัดในพื้นที่อำเภอปะทิวและใกล้เคียง ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต แผ่เมตตาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงานและชุมชนโดยรอบ พร้อมด้วยคณะเจ้าภาพและผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก ร่วมกันถวายปัจจัยและแรงใจในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

ดำเนินการหล่อพระโดยโรงหล่อพระปิ่นทองเทพนิมิต บริหารงานโดย คุณปิ่นชญา ธนบัตร   โทร.088-1234-816  -  061-4978-942

 

ด้าน นายวีระชัย เดือนวีระเดช นายกเทศมนตรีตำบลมาบอำมฤต เปิดเผยว่า วัดมาบอำมฤตเป็นวัดดั้งเดิมของชุมชน โบสถ์หลังเก่าใช้งานมานานจนเกิดการชำรุดทรุดโทรม คณะกรรมการวัดและชาวบ้านจึงมีมติเห็นชอบให้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและใช้ประกอบศาสนกิจของชุมชนอย่างสมบูรณ์

ปัจจุบันการก่อสร้างอุโบสถมีความคืบหน้าประมาณ 60% ใช้งบประมาณรวมราว 24 ล้านบาท (ยังไม่รวมกำแพงแก้วและงานประติมากรรม) โดยยังคงต้องดำเนินงานในส่วนหลังคาและยอดอุโบสถอีกหลายงวด วัดจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสมทบทุนตามกำลังศรัทธา เพื่อร่วมกันสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ชุมชนสืบไป

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี วัดมาบอำมฤต ตำบลดอนยาง เลขที่บัญชี 020-474-617-121

ธนากร โกศลเมธี รายงาน โทร. 081-8923514

 

ชุมพร –  หลับในสยองรับอรุณ! กระบะพุ่งอัดต้นไม้ริมเพชรเกษม พังยับทั้งคัน ชาย-หญิงชาวเมียนมาติดภายใน เจ็บสาหัส

 ชุมพร –  หลับในสยองรับอรุณ! กระบะพุ่งอัดต้นไม้ริมเพชรเกษม พังยับทั้งคัน ชาย-หญิงชาวเมียนมาติดภายใน เจ็บสาหัส นาทีชีวิตบนถนนสายใต้เกิดขึ้นอี...