นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชุมพร - สาวชุมพรไม่รอด! กอ.รมน.สนธิกำลังบุกค้นบ้าน พบปืนเถื่อน-กระสุนเพียบ ซ้ำผลตรวจฉี่ม่วง เจอเสพยาบ้า รวบส่งโรงพักดำเนินคดีทันควัน!

 ชุมพร - สาวชุมพรไม่รอด! กอ.รมน.สนธิกำลังบุกค้นบ้าน พบปืนเถื่อน-กระสุนเพียบ ซ้ำผลตรวจฉี่ม่วง เจอเสพยาบ้า รวบส่งโรงพักดำเนินคดีทันควัน!

ชุมพร – เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และฝ่ายปกครองจังหวัดชุมพร เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ก่อนบุกเข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ตำบลหินแก้ว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร และสามารถจับกุมหญิงสาวรายหนึ่งพร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนหลายรายการ

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 12.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมได้เข้าจับกุม นางสาววันดี นามสมมุติ ชาว  ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

จากการตรวจค้นพบของกลางประกอบด้วย อาวุธปืนแบบประดิษฐ์เอง ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .22LR จำนวน 7 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .22WMR จำนวน 1 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังพบเอกสารรายงานผลตรวจสารเสพติดในร่างกายจากโรงพยาบาลท่าแซะ จำนวน 1 ฉบับ ซึ่งระบุผลตรวจพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

 

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนว่า การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า ผู้ครอบครอง หรือผู้เสพ ล้วนมีความผิดตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่มีละเว้น

 

ธนากร โกศลเมธี รายงาน

โทร. 081-892-3514

ชุมพร - เปิดปฏิบัติการลุยสวนยาง! รวบแรงงานเถื่อนเมียนมา 6 ราย ลอบเข้าเมือง-กรีดยางนานนับ 4 เดือน กอ.รมน.ชุมพรสนธิกำลังตรวจเข้ม

 ชุมพร - เปิดปฏิบัติการลุยสวนยาง! รวบแรงงานเถื่อนเมียนมา 6 ราย ลอบเข้าเมือง-กรีดยางนานนับ 4 เดือน กอ.รมน.ชุมพรสนธิกำลังตรวจเข้ม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (กอ.รมน.จว.ช.พ.) บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร ประกอบด้วย นางสาวสุวรรณี เซื๊ยกสาด นักวิชาการแรงงานปฏิบัติ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (จังหวัดชุมพร) ภายใต้การอำนวยการ พ.อ. นิพนธ์ อินใหม่ รองผอ. กอรมน.จว.ชพ(ท)ประกอบด้วยพ.ต. กอบศักดิ์ นาคหาญ หัวหน้า ชรต.๔๐๓.(ชพ) จ.ส.อ. อรรถพล คลี่บำรุง ผช.หัวหน้าชรต.๔๗๓(ช.พ.) จ.ส.อ. ธนวรรณ์ บรรจงศิริทัศน์  จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา  เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ประกอบด้วย ร.ต.อ.. ธวีช อภู่พร รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร ด.ต.ณราวุฒิ นิลทับ ด.ต. สมยศ ยังวัฒนา, ด.ต.. วิชาพันธ์ ชูละออง, จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มีติ  เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ประกอบด้วยด.ต. ยุทธพงศ์ เรื่องคำ, ด.ต. สิงหา นิรัญขอน ผบ.หมู่ส.ทท.๒บก.ทท๓

เจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดชุมพร ประกอบด้วย นายเกียรติภูมิ โภคผล  เจ้าหน้าที่ปกครองชำนาญงาน, นายสมชาย แย้มรส กำนันตำบลหินแก้ว, นายสิทธิพร กรแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลหินแก้ว, นายไพรวัลย์ ศรีพักตร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลหินแก้ว นายวิโรจน์ ณ วรรณาวิเศษ สารวัตรกำนัน   ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบใช้แรงงานต่างด้าวในสวนยางพารา หมู่ 4 ตำบลหินแก้ว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ตามคำสั่งจังหวัดชุมพรที่แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวและนายจ้างในพื้นที่

ระหว่างการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 6 ราย กำลังปฏิบัติงานกรีดยางและเก็บน้ำยางอยู่ภายในสวนยางพารา เมื่อขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ใบอนุญาตทำงาน และหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าไม่สามารถแสดงเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีทันที

ผู้ถูกจับกุมประกอบด้วย

Mr. Win Thu (นายวิน ตู) อายุ 30 ปี

Mrs. Mee Lae (นางมิ เละ) อายุ 27 ปี

Mr. Than Hlaing (นายตาน ลาย) อายุ 46 ปี

Mr. Nay Tun Lin (นายเน ทู ลิน) อายุ 32 ปี

Mrs. Yu (นางยุ) อายุ 50 ปี

Mr. Ko Zaw (นายโก ซอ) อายุ 38 ปี

จากการสอบสวนเบื้องต้น หนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้หลบหนีเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเดินทางเข้ามารับจ้างทำงานในสวนยางพาราพื้นที่อำเภอท่าแซะ โดยทำหน้าที่กรีดยางและเก็บน้ำยางมาแล้วประมาณ 4 เดือน ได้รับค่าจ้างในลักษณะแบ่งรายได้จากการขายน้ำยางกับนายจ้าง

เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายคนเข้าเมือง จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ในข้อหา

เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการอนุญาตสิ้นสุด หรือถูกเพิกถอน ตามมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องและนายจ้างว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายหรือไม่

เจ้าหน้าที่ระบุว่า จะเดินหน้าตรวจสอบและกวาดล้างขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชุมพร

ธนากร โกศลเมธี รายงาน

 

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชาวชุมพรสุดทน! ร้องสื่อขอความเป็นธรรม อ้างถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเกือบล้านบาท ทั้งที่ไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากโครงการอาหารกลางวัน

 ชาวชุมพรสุดทน! ร้องสื่อขอความเป็นธรรม อ้างถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเกือบล้านบาท ทั้งที่ไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากโครงการอาหารกลางวัน

ชุมพร – ปมร้องเรียนโครงการอาหารกลางวันในสถานศึกษาแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพรเริ่มลุกลามบานปลาย หลังจากก่อนหน้านี้มีหญิงวัย 63 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน อ้างว่าถูกนำชื่อไปเกี่ยวข้องกับโครงการอาหารกลางวันจนถูกประเมินภาษีย้อนหลังเกือบ 1 ล้านบาท  จากเอกสารบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของ สภ.เมืองชุมพร ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นางจิรพร อริยเดช อายุ 63 ปี ชาวตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร

ผู้ร้องระบุว่า ตนถูกนำชื่อเข้าไปเป็นแม่ครัวในโครงการอาหารกลางวันเด็กของโรงเรียนดังกล่าว ทั้งที่ไม่เคยเข้าร่วมดำเนินโครงการหรือได้รับค่าตอบแทนใด ๆ มาก่อน กระทั่งภายหลังพบว่ามีการใช้ชื่อในการดำเนินงาน จนส่งผลให้ถูกหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบและประเมินภาษีย้อนหลังเป็นจำนวนเงินสูงเกือบ 1 ล้านบาท สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนอย่างรุนแรงต่อชีวิตและครอบครัว

ผู้เสียหายเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายทำให้ได้รับความเสียหายจากการนำข้อมูลหรือชื่อบุคคลไปใช้โดยมิชอบ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด

 

ล่าสุด มีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีก 1 ราย คือ นางกรรณิการ์ สิงห์อยู่ อดีตแม่ครัวของโรงเรียนดังกล่าว โดยระบุว่าได้รับผลกระทบทั้งด้านอาชีพ รายได้ และสิทธิประโยชน์ของรัฐ จนต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน

นางกรรณิการ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2568 มีการประชุมเกี่ยวกับประเด็นภาษีของกลุ่มแม่ครัว โดยมีการหารือในลักษณะให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมกันรับภาระภาษีที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน แต่ตนไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอาจมีผลต่อภาระการยื่นภาษีของตนเอง

 

ผู้ร้องอ้างว่า ภายหลังจากไม่ยินยอมดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ได้มีการสื่อสารภายในกลุ่มไลน์ว่า ผู้ใดไม่ร่วมจะต้องออกจากงาน ก่อนที่ตนจะถูกนำออกจากกลุ่มสื่อสาร และได้รับการแจ้งว่าถูกให้ออกจากงานในเวลาต่อมา ทั้งที่เห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ

 

นอกจากนี้ นางกรรณิการ์ยังอ้างอีกว่า ก่อนพ้นจากงาน ตนได้นำเงินส่วนตัวสำรองจ่ายเป็นค่ากล่องอาหารสำหรับโครงการอาหารกลางวันเด็ก จำนวน 5,030 บาท เนื่องจากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดราชการ ไม่สามารถดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณได้ทัน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินคืน

 

ผู้ร้องระบุว่า ได้พยายามใช้ช่องทางทางกฎหมาย โดยยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และมีการนัดหมายคู่กรณีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 แต่การเจรจาไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้เรื่องยังคงค้างคาอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

กรณีดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนในจังหวัดชุมพร เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนมากกว่าหนึ่งราย และล้วนกล่าวอ้างถึงผลกระทบจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาหารกลางวันของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ทั้งในเรื่องภาษี การตก

งาน และภาระค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รับการชดใช้

 

ขณะเดียวกัน ผู้ร้องเรียนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานการศึกษา หน่วยงานตรวจสอบ และกระบวนการยุติธรรม เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และสร้างความกระจ่างต่อสังคมว่าข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 

คดีและข้อร้องเรียนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย

 

ธนากร โกศลเมธี รายงาน

 

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ฝนสาดไม่ดับฝัน! ชายแดนชุมพรลุกขึ้นสู้ ระดมผ้าป่าหลังคาลานกีฬา สร้างอนาคต 288 ชีวิตเด็กชายขอบ

 ฝนสาดไม่ดับฝัน! ชายแดนชุมพรลุกขึ้นสู้ ระดมผ้าป่าหลังคาลานกีฬา สร้างอนาคต 288 ชีวิตเด็กชายขอบ

ชุมพร – ภาพแห่งความหวังท่ามกลางสายฝนและความขาดแคลนเกิดขึ้นอีกครั้งที่พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น และภาคการเมือง จับมือกันระดมทุนทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างหลังคาลานกีฬาให้กับโรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หวังเปิดโอกาสให้เยาวชนชายขอบได้มีพื้นที่พัฒนาศักยภาพด้านกีฬาอย่างเท่าเทียมกับเด็กในเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต 2 พร้อมด้วยนายสุชน สินสมบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายปรีชา มีสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสองพี่น้อง นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 นางสาวปุณณิศา บัวเกิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง และประชาชน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว

นายโสภณ แก้วสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว เปิดเผยว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนรวม 288 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของประชาชนในพื้นที่ชายแดนห่างไกล

ปัญหาสำคัญที่โรงเรียนกำลังเผชิญคือ ลานกีฬาคอนกรีตขนาด 18 x 30 เมตร ที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมบาสเกตบอลและวอลเลย์บอลยังไม่มีหลังคาคลุม ทำให้ในช่วงฤดูฝนเด็กนักเรียนไม่สามารถใช้พื้นที่ฝึกซ้อมหรือจัดกิจกรรมกีฬาได้ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทักษะและความสามารถของเยาวชนโดยตรง

“เด็กๆ หลายคนมีความฝันอยากเป็นนักกีฬา แต่เมื่อฝนตก ทุกอย่างต้องหยุดลงทันที เราไม่อยากเห็นลูกหลานในพื้นที่ห่างไกลเสียโอกาสเพียงเพราะขาดงบประมาณในการสร้างสถานที่ออกกำลังกายที่เหมาะสม” นายโสภณกล่าว

ที่ผ่านมา โรงเรียนและชุมชนได้ร่วมกันระดมทุนจนสามารถรวบรวมเงินได้จำนวน 190,000 บาท แต่ยังไม่เพียงพอต่อการก่อสร้างอาคารกีฬามาตรฐาน จึงต้องจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ เพื่อระดมทุนเพิ่มเติมและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างอนาคตให้เด็กชายขอบ

ด้านนายมาโนช แตงโท อดีตครูอาวุโสผู้ร่วมบุกเบิกโรงเรียน เล่าย้อนถึงประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านห้วยทรายขาวว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นป่าดงดิบติดชายแดนเมียนมา และเป็นส่วนหนึ่งของเมืองท่าแซะ เมืองหน้าด่านสำคัญในอดีตที่บรรพบุรุษไทยใช้ปกป้องผืนแผ่นดินจากการรุกรานของข้าศึก ก่อนที่ชาวบ้านจะร่วมกันบุกเบิกพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งดังเช่นปัจจุบัน

การรวมพลังของชุมชนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสร้างหลังคาลานกีฬา แต่เป็นการสร้างโอกาส สร้างความหวัง และสร้างอนาคตให้กับเยาวชนเกือบ 300 ชีวิต ที่กำลังเติบโตอยู่บนผืนแผ่นดินชายแดนแห่งนี้

เสียงจากบ้านห้วยทรายขาวในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนเสียงสะท้อนจากชายขอบของประเทศ ที่ต้องการเพียงโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีพื้นที่เรียนรู้ ออกกำลังกาย และไล่ตามความฝันของตนเอง โดยไม่ต้องหยุดฝันเพียงเพราะสายฝนหรือความขาดแคลนทางงบประมาณ

ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-8923514

 

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ท่าแซะผวา! มาลาเรียพุ่ง 176 ราย สาธารณสุขระดม อสม.ปูพรม 5 ตำบลชายแดน งัดมาตรการ 1-3-7 สกัดโรคลามหนัก

 ท่าแซะผวา! มาลาเรียพุ่ง 176 ราย สาธารณสุขระดม อสม.ปูพรม 5 ตำบลชายแดน งัดมาตรการ 1-3-7 สกัดโรคลามหนัก

ชุมพร – สถานการณ์โรคมาลาเรียในพื้นที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยสะสมพุ่งสูงถึง 176 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนแรกของปี 2569 ส่งผลให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเข้มข้น โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่เชิงรุกในตำบลเสี่ยงตามแนวชายแดน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย ชูจีน สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารชมรม อสม.อำเภอท่าแซะ ประธานและเลขานุการจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้ง 17 แห่งในพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์โรคมาลาเรียที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในการประชุมมีนายสำราญ ไชยชนะ และนายจรัล คลี่เกสร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร เข้าร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดมาตรการควบคุมโรคเชิงรุก

ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าแซะ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 3 มิถุนายน 2569 พบผู้ป่วยโรคมาลาเรียสะสมแล้วจำนวน 176 ราย โดยส่วนใหญ่พบในพื้นที่รอยต่อชายแดนและพื้นที่ป่าเขา 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลหินแก้ว ตำบลรับร่อ ตำบลหงษ์เจริญ ตำบลสลุย และตำบลสองพี่น้อง

จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มีการสั่งการให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่เสี่ยง ร่วมกับ อสม. ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน พร้อมเฝ้าระวังผู้ที่มีอาการเข้าข่ายโรคมาลาเรียอย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนประชาชน หากมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีไข้เป็นๆ หายๆ และมีเหงื่อออกมากผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของโรคมาลาเรีย ซึ่งหากรักษาล่าช้าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคตามแนวทาง “1-3-7” อย่างเข้มงวด ประกอบด้วย การรายงานผู้ป่วยภายใน 1 วัน การสอบสวนโรคภายใน 3 วัน และการดำเนินมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ภายใน 7 วัน เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ทายากันยุง นอนในมุ้ง และช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงก้นปล่องบริเวณบ้าน สวนยางพารา และแหล่งน้ำขังต่างๆ รวมถึงสนับสนุนการฉีดพ่นสารเคมีควบคุมยุงพาหะตามมาตรการของเจ้าหน้าที่

สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในอำเภอท่าแซะ ขณะนี้พบผู้ป่วยเพียง 1 ราย แต่หน่วยงานสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ยุงลายสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงได้กำชับให้ทุก รพ.สต. และ อสม. ร่วมกับประชาชนดำเนินมาตรการกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการระบาดซ้ำซ้อนของโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ

ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-8923514

 

ปลื้มปีติทั้งโรงเรียน! ภูบดินทร์พิทยาลัยรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ปลูกสืบสานศาสตร์พระราชา เนื่องในวันข้าวและชาวนาไทย

 ปลื้มปีติทั้งโรงเรียน! ภูบดินทร์พิทยาลัยรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ปลูกสืบสานศาสตร์พระราชา เนื่องในวันข้าวและชาวนาไทย

ชุมพร – บรรยากาศเปี่ยมด้วยความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร นำโดย ดร.ณวิชญ์ ชินบุรารัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย ดร.ปุณณพร ชินบุรารัตน์ ผู้จัดการโรงเรียน คณะครู บุคลากร และนักเรียน ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกข้าวพระราชทานจากพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2569

โรงเรียนได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ กข 109 หรือ หอมพัทลุง 72 ซึ่งเป็น 1 ใน 7 พันธุ์ข้าวพระราชทานจากพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 และเป็นพันธุ์ข้าวนาสวนลำดับที่ 5 ของเมล็ดพันธุ์พระราชทานในปีนี้ นับเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งแก่สถานศึกษาและชุมชนโดยรอบ

การได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวในครั้งนี้ สร้างความปลาบปลื้มแก่คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและภาคการเกษตรของประเทศ อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของชาติ

ทั้งนี้ วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ยังตรงกับ “วันข้าวและชาวนาไทย” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณค่าของข้าวและอาชีพชาวนา อันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ และยังเป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก” วันที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยจึงถือโอกาสจัดกิจกรรม “ปลูกข้าวในนาโรงเรียน” เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สัมผัสวิถีเกษตรกรรมไทย เข้าใจคุณค่าของข้าว ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และร่วมสืบสานภูมิปัญญาด้านการทำนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการปลูกต้นกล้าลงบนผืนนาเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจในรากเหง้าของความเป็นไทยให้เติบโตอยู่ในหัวใจของเยาวชนรุ่นใหม่

 

นายวิชญพัสตร์  ศรีพรหม  ภาพข่าว รายงาน

 

 

ชุมพร - สาวชุมพรไม่รอด! กอ.รมน.สนธิกำลังบุกค้นบ้าน พบปืนเถื่อน-กระสุนเพียบ ซ้ำผลตรวจฉี่ม่วง เจอเสพยาบ้า รวบส่งโรงพักดำเนินคดีทันควัน!

 ชุมพร - สาวชุมพรไม่รอด! กอ.รมน.สนธิกำลังบุกค้นบ้าน พบปืนเถื่อน-กระสุนเพียบ ซ้ำผลตรวจฉี่ม่วง เจอเสพยาบ้า รวบส่งโรงพักดำเนินคดีทันควัน! ชุมพร...