กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา ตะลุยโคราชดูงานการบริหารจัดการหนี้สินเกษตรกรยั่งยืน ชูขับเคลื่อนใชตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ สร้างวินัยการเงิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด
เมื่อวันที่ 30 ก.ค.คณะกรรมาธิการ (กมธ.)
การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดยนายเตชสิทธิ์
ชูแก้ว รองโฆษกคณะกรรมาธิการ
พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการการบริหารจัดการหนี้สินครัวเรือนเกษตรกรไทย
เดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้สินของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
การส่งเสริมการสร้างรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงแนวทางการแก้ไขพื้นที่ทำการเกษตร
ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาภาคเกษตร ณ ห้องประชุม
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โดยได้รับเกียรติจากนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เข้าร่วมประชุมและได้ให้ข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรของจังหวัดนครราชสีมา
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุ่งเน้นให้เกษตรกรมีรายได้ประจำวัน ประจำสัปดาห์
ประจำเดือน และประจำปี ให้มีรายได้บำนาญผ่านโครงการบำนาญประชาชน
ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน
เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ทั้งหมด 12,808,728
ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 8,907,219 ไร่
คิดเป็นร้อยละ 69.55% ของพื้นที่ทั้งหมด
มีพื้นที่เกษตรกรรมในเขตชลประทาน 697,081 ไร่
และพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน 8,210,138
ไร่ สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)
ณ ราคาประจำปี พ.ศ. 2565
ของจังหวัดนครราชสีมามีมูลค่า 335,472 ล้านบาท และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 134,338
บาท โดยมีมูลค่าภาคเกษตรกรรม 48,356 ล้านบาท สำหรับการใช้ประโยชน์และความเหมาะสมของดินเพื่อการเพาะปลูก
(Agri-Map analytic) มีพื้นที่ทำการเกษตรที่เหมาะสม 7,289,337 ไร่
พื้นที่ทำการเกษตรที่ไม่เหมาะสม 451,643 ไร่ มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ข้าวนาปี
ข้าวหอมมะลิ ข้าวทั่วไป มันสำปะหลังโรงงาน
อย่างไรก็ตามพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา
ยังคงประสบปัญหาด้านระบบชลประทานและการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร
โดยมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการตลอดทั้งปี
อันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านแหล่งเก็บกักน้ำ
รวมถึงข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูกตามข้อมูลจากระบบ
Agri-Map Analytic นอกจากนี้
ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินทำกิน
โดยเฉพาะในกรณีของเกษตรกรที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะให้ปฏิบัติตามมาตรการการพัฒนาเกษตรกรรมภายใต้แนวคิด
“ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”
มุ่งเน้นการส่งเสริมองค์ความรู้และวินัยทางการเงินแก่เกษตรกร
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความเหมาะสมของชนิดพืชในแต่ละพื้นที่
ส่งเสริมการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ควรดำเนินผ่านกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสนับสนุนการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างเป็นระบบ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น