กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา
ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนไทยด้านตะวันตก
ให้กำลังใจกองกำลังสุรสีห์ปฏิบัติงานเข้มแข็งสกัดกั้นการกระทำผิด
ก.ม.ตลอดแนวชายแดน 860 กม.ตั้งแต่จ.ตากถึงประจวบคีรีขันธ์
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. คณะกรรมาธิการ (กมธ.)
การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามและศึกษาดูงาน ณ
กองบัญชาการกองกำลังสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพลเอกสวัสดิ์ ทัศนา
ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ นายสมบูรณ์ หนูนวลรองประธานคนที่หนึ่ง ร.ต.อ.ฉลอง ทองนะ
รองฯ คนที่สอง ว่าที่พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์รองฯ คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์
รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษา นักวิชาการ
เลขานุการประจำได้ร่วมประชุมหารือกับส่วนราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน
ณ ห้องประชุม 1 บก.พล.ร. 9 ตำบล ลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี
โดยมี (1) นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช
รองผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะรองผอ.รมน.จว. (2) พล.ต.อัษฎาวุธ ปันยารชุน
ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ (3) พลตรี ชนมากรณ์ ภิบาลชนม์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่
17 หรือหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์
ชายแดนภาคตะวันตก (นบ.ยส.17) และส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมสรุปผลการดำเนินงาน
ทั้งนี้คณะกรรมมาธิการได้รับทราบผลการดำเนินงานของกองกำลังสุรสีห์ในการติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งความพร้อมของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในการใช้เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยโดยเฉพาะการใช้เครื่องเอ็กซเรย์
กล้องวงจรปิดอากาศยานไร้คนขับเพื่อสกัดกั้น
ปราบปรามหรือป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตลอดแนวชายแดนในความรับผิดชอบของกองกำลังสุรสีห์ประมาณจำนวน
860
กิโลเมตรตั้งแต่จังหวัดตากถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของกลุ่มขบวนการที่กระทำผิดกฎหมายต่าง
ๆ หรือก่อเหตุอื่นอันกระทบต่อความมั่นคงด้วย
นอกจากนี้
คณะกรรมาธิการได้สอบถามถึงพื้นที่ติดเขตดูแลของกลุ่มรัฐกระเหรี่ยงที่ทางรัฐบาลของประเทศเมียนมาร์อาจควบคุมไม่ได้และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและกวดขันอย่างเต็มที่
อีกทั้งกำลังพลมิควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ
ซึ่งคณะกรรมาธิการพร้อมสนับสนุนกองกำลังสุรสีห์เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้
คณะกรรมาธิการได้มอบสิ่งของบริโภคให้กับกำลังพลของกองกำลังสุรสีห์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ
ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนสืบไป
โดยคณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับมาประกอบการพิจารณาตามบทบาทหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้ต่อไป.









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น