ผู้ตรวจการฯ ร่วม กอ.รมน.ภาค 4 โร่แจ้ง ปปป.-ปปง. เอาผิด ‘ขบวนการขายชาติ
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผอ.ส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตามที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่ จ.ชุมพร ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันลักลอบเข้าไปบุกรุกแผ้วถางทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา ในเขตแนวชายแดนไทยและเมียนมา แล้วนำผลอาสินสวมสิทธิเข้ามาขายในประเทศไทย รวมถึงมีการลักลอบค้าแรงงานเถื่อน จึงได้ประสานกับกองทัพภาค 4 เข้าดำเนินการตรวจสอบ และสืบสวน เนื่องจากเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในของราชอาณาจักร
ทั้งนี้ คณะทำงานแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร บริเวณพื้นที่ชายแดนจังหวัดชุมพรและระนอง โดยสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบตั้งแต่ 4 มีนาคม 2568 โดยได้มีการสอบสวนบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล และแสวงหาข้อมูล พบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน มากกว่า 10 ราย ร่วมกันเป็นขบวนการ ดำเนินการุกรุกพื้นที่ ปลูกผลอาสิน รวมถึงขนย้ายแรงงานชาวโรฮีนจา เข้ามายังประเทศไทย ล่าสุดได้มีการสรุปสำนวนการบันทึกปากคำ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ต่อ ป.ป.ช.-ปปป. ส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว
ร.ต.ต.พงศกร กล่าวด้วยว่า ผลการตรวจสอบ พบว่าพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีการใช้รถแบ๊กโฮลักลอบปรับไถเปิดจุดชายแดนเข้าออกนอกราชอาณาจักรมากกว่า 10 จุด และใช้เป็นเส้นทางเข้าออกประจำ 5 จุด เข้าออกกันอย่างเสรี ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ใช้เป็นเส้นทางขนสินค้าเกษตรเถื่อน อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ลักลอบขนไม้เถื่อน แร่เถื่อน แรงงานเถื่อน ค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ซึ่งตั้งแคมป์อยู่ห่างชายแดนประมาณ 5 กม. มีชาวโรฮีนจาประมาณ 400-500 คน
ในเขตคุ้มครองของทหารกะเหรี่ยง KTLA จัดสรรหลอกขายให้กับคนไทยมากกว่า 1 พันไร่ ราคาไร่ละ 50,000-100,000 บาท มีการตั้งชื่อหมู่บ้านนอกราชอาณาจักรว่า “หมู่บ้านอินทนินงาม” มีกลุ่มคนไทยหลายกลุ่ม เข้าไปสร้างที่อยู่อาศัย มีร้านค้า ร้านอาหาร ทำการเกษตรยางพารา ปาล์มน้ำมัน และอื่นๆ นำผลผลิตออกมาขายฝั่งไทย โดยมี “นายสมาน” สัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ อ้างตัวเป็นนายพลกะเหรี่ยง และอ้างว่าสนิทกับทหารไทย คอยติดต่อประสานงานกับทางการไทย
โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ในการร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้ส่งมอบหลักฐานการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย ที่ใช้อำนาจหน้าที่เข้าสู่ระบบข้อมูลบุคคล จนนำไปสู่การติดตามอุ้มสายข่าวของทางราชการไปฆ่าฝังในพื้นที่หมู่บ้านอิทนทนิลงาม ฝั่งประเทศเมียนมา
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว ได้นำสรุปสำนวนการสืบสวนและการบันทึกปากคำ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ป.ป.ช.กลาง ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มข้าราชการไม่น้อยกว่า 10 ราย ที่ผลการสอบสวนเกี่ยวพันทางเส้นทางการเงิน โดยทั้งหมด เป็นเจ้าหน้าที่ของปกครอง ทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนฝั่งอันดามัน
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว ได้นำสรุปสำนวนการสืบสวนและการบันทึกปากคำ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ป.ป.ช.กลาง ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มข้าราชการไม่น้อยกว่า 10 ราย ที่ผลการสอบสวนเกี่ยวพันทางเส้นทางการเงิน โดยทั้งหมด เป็นเจ้าหน้าที่ของปกครอง ทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนฝั่งอันดามัน






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น